บทความสุขภาพ

โดยปกติแล้วน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ที่สกัดด้วยกรรมวิธีสกัดเย็น จะกลายเป็นไขสีขาวเมื่ออยู่ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส  และจะกลับมาใสอีกครั้งเมื่ออุณภูมิปกติ สารอาหารและคุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าวจะคงเดิมทุกประการ และสามารถรับประทานได้เลยในขณะที่ยังเป็นไข โดยไม่ต้องรอให้กลับมาใส

หลายคนที่รักษาด้วยยาแผนปัจจุบันแต่กลัวผลข้างเคียง เลยอยากจะเปลี่ยนมาใช้วิธีธรรมชาติบ้าง แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง สามารถหยุดยาแผนปัจจุบันแล้วเปลี่ยนมารักษาด้วยวิธีธรรมชาติเลยได้หรือไม่

ในน้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริกอยู่สูงมาก ประมาณ 48% -53% กรดลอริกเป็นสารอาหารที่สำคัญมาก ๆ ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกันกับนมน้ำเหลืองของมารดา เมื่อทานเข้าไปในร่างกายจะถูกเปลี่ยนไปเป็นโมโนกลีเซอไรด์ ชื่อโมโนลอริน (Monolaurin) ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค โดยทำหน้าที่เป็นสารปฏิชีวนะ (antibiotic) และเป็นสารฆ่าไวรัส (antivirus agent)

ถั่วดาวอินคาได้ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์มายาวนานกว่า 3,000 ปีแล้ว แต่สำหรับบ้านเรา หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นเคยมากนัก แต่มีหลายคนที่ได้รับประทานแล้ว ต่างก็รู้ถึงสรรพคุณที่มีมากมายในถั่วดาวอินคาเป็นอย่างดี บางคนก็ปลูกไว้ที่บ้าน เพื่อเอาใบหรือส่วนของเปลือกของเมล็ดมาต้มดื่ม หรือนำเมล็ดมาคั่วเพื่อรับประทาน เป็นต้น

งาดำ ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งพืชน้ำมัน เนื่องจากอุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญมากมาย หากเรารับประทานงาดำอย่างถูกวิธี ร่างกายก็จะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ซึ่งการนำเมล็ดงาดำไปสกัดเอาเฉพาะน้ำมันด้วยวิธีการสกัดเย็นก็เป็นวิธีที่ดีในการคงคุณค่าของสารอาหารสำคัญในงาดำได้เป็นอย่างดี

หลายท่านทานยาแผนปัจจุบันเพื่อรักษาโรคต่าง ๆ เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ต้องการทานน้ำมันงาดำร่วมด้วย ก็เลยเกิดคำถามว่าจะทานร่วมกันได้มั้ย จะมีผลเสียหรือไม่อย่างไร? บทความนี้มีคำตอบค่ะ

จากการวิจัยพบว่าน้ำมันงาดำ มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก ช่วยต้านการอักเสบและต้านการเสื่อมของร่างกาย ขับถ่ายสารพิษออกจากร่างกายและเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก กล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ช่วยบำรุงสุขภาพโดยรวมของร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม

จากผลการวิจัยพบว่าน้ำมันงาดำสกัดเย็น เป็นหนึ่งในอาหารเสริมจำพวก Anti-osteoarthritis หรือสารต้านโรคกระดูกอักเสบ และ Anti-osteoporosis หรือสารต้านโรคกระดูกเสื่อม นอกจากนั้นน้ำมันงาดำสกัดเย็นจะช่วยต้านการอักเสบ ช่วยลดอาการปวด บวม อักเสบ ในผู้ที่เป็นโรคไขข้อเสื่อม เกาต์ รูมาตอยด์ ได้เป็นอย่างดี

น้ำมันมะพร้าวนอกจากตัวมันเองจะไม่ไปสะสมเป็นไขมันแล้ว น้ำมันมะพร้าวยังไปช่วยดึงเอาไขมันที่ร่างกายสะสมไว้ก่อนหน้านั้นไปเปลี่ยนให้เป็นพลังงานอีกด้วย ดังนั้น น้ำมันมะพร้าวซึ่งเป็นกรดไขมันขนาดปานกลาง ที่นอกจากจะเปลี่ยนไปเป็นพลังานและไม่สะสมเป็นไขมันในร่างกายซึ่งทำให้อ้วนแล้ว ยังไปนำไขมันที่สะสมไว้ก่อนหน้าไปเปลี่ยนเป็นพลังงานจึงทำให้ผอมลงอีกด้วย

โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis : OA) เป็นอาการที่กระดูกอ่อนในข้อต่อกระดูกเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดอาการปวดตามข้อ น้ำมันงาดำสกัดเย็นช่วยลดความเสี่ยงและลดอาการของโรคข้อเสื่อมได้เป็นอย่างดี

กรดไลโปอิคเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพมาก เครื่องสำอางหลายยี่ห้อ มีการนำกรดอัลฟ่าไลโปอิกมาใช้ผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อต่อต้านริ้วรอย ช่วยฟื้นฟูของเซลล์ผิว ช่วยปกป้องเซลล์ไม่ให้แก่ก่อนวัยจากมลภาวะต่าง ๆ กรดอัลฟ่าไลโปอิก ไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มและยืดอายุการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ เช่นวิตามินซี และยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกด้วย

หลายคนพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการรับประทานหรือบริโภคไขมัน แต่ทราบหรือไม่ว่าการเลือกรับประทานไขมันที่ดีก็เป็นประโยชน์กับร่างกายด้วยเช่นเดียวกันนะคะ

งาดำ พืชเมล็ดเล็ก ๆ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย อย่างเช่นวิตามินบี วิตามินอี แร่ธาตุ เช่นทองแดง, แมงกานีส, ซีลีเนียม, โมลิบดีนัม, สังกะสี, เหล็ก, ฟอสฟอรัส, แคลเซียมและแมกนีเซียมรวมทั้งโพรไบโอ, กรดอะมิโน

ปวดเข่า ปวดข้อ เรื่องเล็กที่อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ที่ยากจะแก้ไข เลือกบำรุงและบรรเทาด้วยน้ำมันงาดำ งาดำมีคุณประโยชน์มากมาย สามารถรับประทานเป็นประจำเพื่อการบำรุงร่างกายให้แข็งแรงได้อย่างต่อเนื่อง ภายในงาดำเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ดีต่อรางกาย อาทิ วิตามินบีรวม แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส สังกะสีและเหล็ก เป็นต้น

ในเมล็ด "งาดำ" มีสารอาหารที่จำเป็นอยู่มากมายซึ่งช่วยให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตได้อย่างไม่ขาดสารอาหาร ยิ่งถ้าได้รับประทานร่วมกับกล้วยน้ำว้าจะดีมาก เพราะอาหารสองอย่างนี้มีคุณค่ากับเรา และทำให้มนุษยชาติดำรงชีวิตได้อย่างสมบูรณ์

ในเมล็ดงาดำมีสารอาหารที่จำเป็นอยู่มากมายซึ่งช่วยให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตได้อย่างไม่ขาดสารอาหาร ยิ่งถ้าได้รับประทานร่วมกับกล้วยน้ำว้าจะดีมาก เพราะอาหารสองอย่างนี้มีคุณค่ากับเรา และทำให้มนุษยชาติดำรงชีวิตได้อย่างสมบูรณ์

การรับประทานเป็นประจำทุกวัน ระหว่าง 8,000- 4,000 มิลลิกรัมในวัยผู้ใหญ่ เพื่อการเพิ่มสารอาหาร รักษาสุขภาพ และชะลอวัย จึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำ สำหรับในผู้ป่วยนั้นควรบริโภคน้ำมันงาดำบริสุทธิ์สกัดเย็นระหว่าง 3,000-6,000 มิลลิกรัม ในบางกรณีเพื่อมีผลสูงสุดในการรักษาโรคทางการแพทย์

ในทางการแพทย์ธรรมชาติบำบัด (Naturopathy) ได้ใช้งาดำในหลายรูปแบบทั้งการกินงาแบบบดละเอียดและสกัดออกมาเป็นน้ำมันงาดำ ในการบำรุงและรักษาร่างกาย ไม่ว่าจะใช้ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ชะลอวัย และการกำจัดสารพิษ ปกป้องตับและไต

งาดำสามารถช่วยในกรณีข้อเสื่อมและข้ออักเสบ ซึ่งเป็นข้อแนะนำที่นิยมในหมู่แพทย์แผนจีนและนักธรรมชาติบำบัด เพราะมีคุณสมบัติในการลดการอักเสบและเข้าไปเพิ่มมวลกระดูกอ่อน และน้ำหล่อเลี้ยงระหว่างข้อต่อในร่างกาย

เมล็ดงาดำมีสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ กล้ามเนื้อ อีกทั้งคุณสมบัติการบำรุงอวัยวะภายในทั้งหมด รวมไปถึงการนำของเสียและกรดออกมาจากระบบ สารเซซามิน (Sesamin) ช่วยลดการอักเสบของกล้ามเนื้อและอาการปวด กรดลิโนเลนิก (Linolenic) ในน้ำมันงาดำมีผลในการผ่อนคลายสมอง ทำให้เกิดสภาวะจิตเชิงบวกที่ไม่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งจากความตึงเครียด

การทานน้ำมันงาดำสกัดเย็นพร้อมกับการทานยาแผนปัจจุบัน เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะปกป้องอวัยวะต่าง ๆ เช่น สมอง หัวใจ ตับ ไต และระบบย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี

เนื่องจากน้ำมันงาดำสกัดเย็นไม่ใช่ยาเคมี ฉะนั้นเราสามารถเลือกวิธีการกินได้หลากหลาย ไม่มีข้อจำกัดมากนัก เช่นกินพร้อมอาหาร กินในขณะท้องว่าง กินพร้อมกับยาแผนปัจจุบัน กินก่อนนอน หรือกินในขณะที่มีอาการปวดอักเสบมาก ๆ

ในเมล็ด "งาดำ" มีสารอาหารที่จำเป็นอยู่มากมายซึ่งช่วยให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตได้อย่างไม่ขาดสารอาหาร ยิ่งถ้าได้รับประทานร่วมกับกล้วยน้ำว้าจะดีมาก เพราะอาหารสองอย่างนี้มีคุณค่ากับเรา และทำให้มนุษยชาติดำรงชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ สารอาหารที่มีประโยชน์ในงาดำที่ควรรู้

Powered by MakeWebEasy.com