น้ำมันงาดำ...กินอย่างไรให้ได้ผลดี

Last updated: Oct 17, 2020  |  8866 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความสุขภาพ

น้ำมันงาดำ...กินอย่างไรให้ได้ผลดี

งาดำในหนึ่งเมล็ดนั้นมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบถึง 70% ซึ่งถือเป็นส่วนที่ดีที่สุดในเมล็ดงาดำ ซึ่งในทางสมุนไพรบำบัดนั้นให้สรรพคุณบำรุงทั้งหัวใจ สมอง ตับไต อวัยวะระบบสืบพันธุ์ และระบบทางเดินอาหาร อีกทั้งยังช่วยในการขับถ่ายสารพิษออกจากเซลล์และร่างกาย  โดยมักใช้น้ำมันงาดำสกัดเย็นเป็นอาหารเสริมหลัก

เนื่องจากน้ำมันงาดำสกัดเย็นไม่ใช่ยาเคมี ฉะนั้นเราสามารถเลือกวิธีการกินได้หลากหลาย ไม่มีข้อจำกัดมากนัก แต่จะขอแนะนำในการกินดังนี้

ข้อแนะนำวิธีการกินน้ำมันงาดำสกัดเย็นชนิดแคปซูล ขนาด 1000 มก.

  • กรณีกินเพื่อบำรุงร่างกายและเพื่อป้องกัน หรือมีอาการไม่มากนัก แนะนำกินวันละ 2 แคปซูล (เช้า 1 แคปซูล และเย็น 1 แคปซูล หลังอาหาร)
  • กรณีที่มีอาการมาก ๆ แนะนำกินวันละ 4 แคปซูล (เช้า 2 แคปซูล และเย็น 2 แคปซูล หลังอาหาร) 

** สามารถกินก่อนนอนแทนหลังอาหารเย็นก็ได้ และจะช่วยให้การนอนหลับดีขึ้นอีกด้วย 

โดยปกติแล้วประมาณ 2-4 สัปดาห์จะรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ บางรายสัปดาห์แรก อาการจะลดน้อยลงแบบรู้สึกได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล และสามารถทานต่อเนื่องได้โดยไม่มีการสะสมในร่างกาย และในกรณีที่กินมากเกินความต้องการ ร่างกายก็สามารถขับออกได้เองตามธรรมชาติ

นอกจากนั้นการกินน้ำมันงาดำสกัดเย็นนั้น ก็สามารถกินได้หลายแบบเพื่อจุดประสงค์ต่างๆกันได้อีกด้วย ดังที่ ดร.พล ภูผาวัฒนากิจ แพทย์ศาสตร์ธรรมชาติบำบัดและการแพทย์แผนตะวันออก ได้ให้คำแนะนำไว้ในหนังสือ "ไม่เจ็บ ไม่แก่ ไม่ป่วย สวยด้วยน้ำมันงาดำ" ดังนี้

1. กินพร้อมอาหาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของทั้งน้ำมันและอาหาร เนื่องจากวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดละลายในกรดไขมันจำเป็นเพื่อให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ อีกทั้งการกินไปพร้อมอาหารนี้ทำให้การย่อยง่ายขึ้น เหมาะสำหรับผู้ต้องการกินเพื่อบำรุง ผู้สูงอายุ ผู้มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เด็กเล็ก และวัยรุ่น

2. กินในขณะท้องว่าง ซึ่งจะมีผลเกี่ยวกับการขับของเสียและสารพิษออกจากเซลล์และอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะสมอง รวมถึงตับ ไต ลำไส้ ซึ่งเป็นอวัยวะในระบบขับถ่ายและกำจัดสารพิษของร่างกาย (Detoxification System) ซึ่งเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการเน้นจุดประสงค์นี้ บำรุงผิวพรรณ กันการเสื่อมของเส้นผม ท้องผูก สารพิษตกค้างสูง ระบบน้ำเหลืองเสีย พิษในเลือดมาก มีโรคเรื้อรังมานาน กินยาแผนปัจจุบันมาเยอะ และอื่นๆ

3. กินพร้อมกับยาแผนปัจจุบัน เพื่อบรรเทาอาการผลข้างเคียงของการใช้ยา ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ายาแผนปัจจุบันนั้นมีสารก่อพิษในร่างกายและมีผลข้างเคียงต่อระบบภายใน การกินน้ำมันงาดำสกัดเย็น 1,000 ถึง 4,000 มิลลิกรัมพร้อมกับการกินยาแผนปัจจุบันจะช่วยปกป้องอวัยวะต่างๆ เช่น สมอง หัวใจ ตับ ไต และระบบย่อยอาหาร

4. กิน 2,000 ถึง 4,000 มิลลิกรัมในขณะท้องว่างก่อนนอน เพื่อส่งเสริมการนอนและผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งเกิดจากความตึงเครียดในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ถ้ามีการกินในลักษณะนี้อยู่เป็นประจำพร้อมสมุนไพรจำพวกลาเวนเดอร์และคาโมมายล์ จะทำให้สภาวะจิตใจ อารมณ์ และการนอนดีขึ้น

5. กินในขณะที่มีอาการปวดหรืออักเสบสูง เช่น ปวดข้อ มีไข้สูง ปวดแดง ร้อน (อาการ) โดยกิน 2,000 มิลลิกรัมทุกๆ 4 ชั่วโมง จนอาการดีขึ้นแล้วจึงลดปริมาณลง

เมื่อมีการเริ่มรับประทานอาหารเสริมหรือยาแผนปัจจุบันตัวใหม่โดยเฉพาะในปริมาณที่สูง ร่างกายอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวในระยะหนึ่ง ซึ่งมิได้หมายความว่าเราไม่ถูกหรือมีอาการแพ้อาหารเสริมตัวนั้นๆ โดยอาการก็อย่างเช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ มึนหัว คัน ง่วงนอน และอ่อนเพลีย

อาการเหล่านี้อาจจะเป็นเพราะร่างกายพยายามขับพิษหรือปรับตัวซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของอาหารเสริมตัวใหม่ที่เรานำเข้าไปในร่างกาย โดยปกติแล้วก็แนะนำให้ลดปริมาณของอาหารเสริมนั้นลงจนอาการเหล่านี้หายไปแล้วจึงเพิ่มปริมาณขึ้นเพื่อผลสูงสุดในการใช้ ในทางการแพทย์แล้วทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบันไม่มีการพบว่ามีผู้แพ้เมล็ดงาดำจากการบริโภค ยกเว้นเมล็ดงาดำนั้นมีสารปนเปื้อนหรือมีเชื้อราซึ่งนำไปสู่การก่อโรคในอนาคต

Powered by MakeWebEasy.com